Skip to content

แต่ละบทบาทต้องทำอะไร

สามบทบาท สามหน้าที่ และหนึ่งสายการส่งต่อความรับผิดชอบ หน้านี้อธิบายว่าคนในแต่ละบทบาททำอะไรจริง ๆ ตามลำดับ และระบบห้ามอะไรไว้บ้าง

อธิบายพฤติกรรมที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน ส่วนที่สร้างแล้วแต่ปิดใช้งานอยู่จะกำกับด้วย

ปิดใช้งานอยู่ พร้อมชื่อสวิตช์ที่ควบคุม

สายการส่งต่อ

ไม่มีขั้นตอนใดทำขนานกัน แต่ละบทบาทส่งต่อให้บทบาทถัดไป และการส่งต่อนั่นเองคือหัวใจ

การปิดงานย้ายมาเป็นหน้าที่ของ จป. ในรอบที่ 4 (2026-09-11) กลับกฎเดิมที่ให้ผู้ควบคุมงานเป็นผู้ปิด ผู้รับเหมาหรือผู้ตรวจสอบ ขอปิดงาน ได้ (เส้นประ) แล้ว จป. ยืนยันคำขอหรือปิดเองโดยตรง ทั้งสองทาง จป. ต้องให้เหตุผล คำขอเป็นเพียงเครื่องหมายบนใบอนุญาต ไม่ใช่สถานะ

ผู้รับเหมา

หน้าที่ อธิบายงานอันตรายให้ตรงพอที่คนอื่นจะตัดสินได้ แล้วทำงานนั้นและขอให้ปิดงาน

เป็นบทบาทเดียวที่สร้างใบอนุญาต และเป็น ผู้ควบคุมงาน ด้วย แต่ตั้งแต่รอบที่ 4 การปิดงานเป็นหน้าที่ของ จป. ไม่ใช่ของผู้รับเหมา

ต้องทำอะไรบ้าง

  1. กรอกใบอนุญาต ผ่านตัวช่วยเจ็ดขั้นตอน ตามลำดับนี้เสมอ เลือกประเภทงาน → ข้อมูลทั่วไป → สถานที่และเวลา → ตรวจสอบความปลอดภัย → อุปกรณ์ป้องกัน และ ผู้ปฏิบัติงาน → การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย → ตรวจทานและส่ง ขั้นตรวจทานและส่งอยู่ท้ายสุดเสมอ และ ไม่มีขั้นตอนใดถูกตัดออก ไม่ว่าส่วนอื่นของระบบจะตั้งค่าไว้หรือยัง ระบบบันทึกร่างให้อัตโนมัติตลอดเวลา
  2. ระบุสถานที่และเวลา ในขั้นตอนเดียว ได้แก่ เลือก แผนผังพื้นที่ แล้ว เลือกหมุด ที่ จป. ปักไว้บนแผนผังนั้น (แสดงเป็นเครื่องหมายบนแผนผังแบบดูอย่างเดียว) รายละเอียดสถานที่ แบบข้อความอิสระ ช่วงเวลาทำงาน ซึ่งเป็นช่วงวันที่บวกเวลาเริ่ม–สิ้นสุดรายวันที่ใช้ซ้ำทุกวันในช่วงนั้น และข้อความอิสระสำหรับข้อยกเว้นที่ช่วงเวลาบอกไม่ได้ เช่น "ไม่ทำงานเสาร์-อาทิตย์" ส่วนขั้น ข้อมูลทั่วไป ก่อนหน้านั้นมีเพียง โครงการ ผู้รับเหมา และหัวหน้างาน
  3. ระบุ PPE และผู้ปฏิบัติงาน PPE เลือกจากเจ็ดรายการ ได้แก่ แว่นตานิรภัย หมวกนิรภัย อุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ ที่ครอบหูลดเสียง เสื้อสะท้อนแสง ถุงมือ และรองเท้านิรภัย ไม่บังคับ เว้นแต่ระบบจะเปิด ปิดใช้งานอยู่ PPE_REQUIRED ผู้ปฏิบัติงานเลือกจากทะเบียนผู้ปฏิบัติงานของตนเอง พร้อม หน้าที่ในใบอนุญาต ซึ่งเลือกจากรายการหรือพิมพ์เองก็ได้ คนที่ยังไม่อยู่ในทะเบียนลงทะเบียนได้ทันทีในหน้านั้น และจะได้บัตร QR สำหรับพิมพ์ซึ่งบรรจุรหัสของเขา เป็นบัตรใบเดียวกับที่ผู้ตรวจสอบสแกนตอนเข้าพื้นที่
  4. เพิ่มบัตรที่ขาด ได้โดยไม่ต้องออกจากตัวช่วย รวมถึงแนบไฟล์บัตร
  5. ส่งขออนุมัติ เซิร์ฟเวอร์จะตรวจซ้ำทั้งหมด ค่าตรวจวัดอยู่ในช่วง ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีบัตรที่ยังไม่หมดอายุ ไม่มีแถว JSA ที่กรอกไม่ครบ และต้องมีหมุดเมื่อ จป. มีหมุดที่ใช้งานอยู่บนแผนผังที่ใช้งานอยู่แล้ว
  6. แก้ไขและส่งใหม่ ถ้าถูกปฏิเสธ เหตุผลที่ จป. เขียนคือช่องทางเดียวที่บอกว่าต้องแก้อะไร
  7. แจ้งงานเสร็จ สำหรับงานร้อน ขั้นตอนนี้เริ่มนับเวลาเฝ้าระวังไฟ 30 นาที ไม่ใช่การปิดงาน
  8. ขอปิดงาน ตั้งแต่รอบที่ 4 ผู้รับเหมาไม่ได้ปิดงานเองแล้ว แต่ขอปิดงานแล้ว จป. เป็นผู้ปิด API รองรับคำขอแล้ว แต่ แอปผู้รับเหมายังไม่มีปุ่มขอปิดงาน และรายการตรวจสอบก่อนปิดแบบเดิมในแอปจะถูกเซิร์ฟเวอร์ปฏิเสธ (403 FORBIDDEN_ROLE)

ไม่มีการเสนอพื้นที่อีกแล้ว เพราะพื้นที่ถูกลบในรอบที่ 4 สถานที่ที่ใบอนุญาตอ้างถึงได้คือหมุดที่ จป. ปักไว้

ขั้นตอนตามลำดับ

สิ่งที่ระบบไม่ยอมให้ทำ

  • ปิดใบอนุญาตเอง ตั้งแต่รอบที่ 4 POST /close เป็นของ จป. เท่านั้น รายการตรวจสอบก่อนปิดแบบเดิมในแอปผู้รับเหมาจึงได้คำตอบ 403 FORBIDDEN_ROLE
  • ขอปิดงานของใบอนุญาตคนอื่น หรือใบที่ไม่ได้อยู่ในสถานะ ACTIVE/FIRE_MONITOR
  • แก้ไขใบอนุญาตของคนอื่น
  • แก้ใบอนุญาตที่รออนุมัติอยู่โดยตรง การแก้จะทำให้กลับเป็นร่างและต้องส่งใหม่ โดยระบบเตือนก่อนเริ่มแก้ ไม่ใช่หลังบันทึก เพราะ จป. ต้องไม่อนุมัติเวอร์ชันที่ไม่เคยเห็น

จป. (เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย)

หน้าที่ ตัดสินว่างานปลอดภัยพอจะอนุญาตหรือไม่ และต้องพิสูจน์ย้อนหลังได้ว่าตัดสินด้วยเหตุผลใด

ต้องทำอะไรบ้าง

  1. ดูคิวใบอนุญาตที่รออนุมัติ
  2. อ่านผลตรวจของเซิร์ฟเวอร์ ไม่ใช่คำนวณเอง เซิร์ฟเวอร์บอกว่าค่าใดผ่านและค่าใดไม่ผ่าน หน้าจอเพียงแสดงผล
  3. ดูว่ามีอะไรเปลี่ยน หากผู้รับเหมาแก้หลังส่งแล้ว หน้าจอจะแสดงฟิลด์ที่เปลี่ยน การส่งใหม่จึงไม่ต้องอ่านทั้งใบซ้ำ
  4. ดูงานที่ทับซ้อนบนหมุดเดียวกัน คือใบอนุญาตอื่นที่ช่วงวันที่ และ ช่วงเวลารายวันชนกัน แต่ละรายการระบุวันและเวลาที่ชนกันและชื่อหมุด เป็นคำเตือนเท่านั้น ไม่ใช่การบล็อก เพราะสองทีมบนหมุดเดียวกันบางครั้งถูกต้อง และควรรู้ไว้เสมอ
  5. อนุมัติ ซึ่งจะออก QR และทำให้ใบอนุญาตใช้งานได้ หรือปฏิเสธพร้อมเหตุผลเป็นข้อความ
  6. ตั้งชื่อแผนผังพื้นที่และปักหมุด ซึ่งเป็นชุดสถานที่ร่วมของโรงงาน เปลี่ยนชื่อหมุดได้แต่ย้ายตำแหน่งไม่ได้ และแผนผังกับหมุดถูกปิดใช้งานเท่านั้น ไม่ถูกลบ
  7. ปิดใบอนุญาต โดยต้องระบุเหตุผลลงบันทึก ทั้งเมื่อยืนยันคำขอของผู้รับเหมาหรือผู้ตรวจสอบ และเมื่อปิดเองโดยตรง การปิดใบอนุญาตที่อับอากาศทั้งที่ยังมีคนเช็คอินอยู่จะสำเร็จ และระบบจะเช็คเอาต์คนเหล่านั้นให้อัตโนมัติโดยบันทึกว่าเป็นการกระทำของระบบ บนหน้าจอ ปุ่มปิดยังเขียนเป็นทางสำรองว่า "ปิดงานแทนผู้รับเหมา" และแอปยังไม่มีคิวคำขอปิดงาน จป. จะรู้ว่ามีคำขอจากการแจ้งเตือน
  8. อ่านบันทึกการตรวจสอบ รวมถึงว่าการกระทำที่หน้างานมาจากการสแกนหรือการพิมพ์เอง
  9. จัดการบัญชีผู้ใช้ ทั้งผู้รับเหมา จป. และผู้ตรวจสอบ โดยปิดใช้งานแทนการลบ

ขั้นตอนตามลำดับ

สิ่งที่ระบบไม่ยอมให้ทำ

  • อนุมัติโดยที่เซิร์ฟเวอร์ยังไม่ได้ตรวจ ผลตรวจไม่ใช่สิ่งที่ จป. คำนวณเองหรือข้ามได้
  • แก้หรือลบรายการในบันทึกการตรวจสอบ ไม่มีช่องทางนี้สำหรับใครทั้งสิ้น
  • ลบบัญชีผู้ใช้ ทำได้เพียงปิดใช้งาน
  • ปิดใช้งาน จป. คนสุดท้าย ระบบไม่ยอมให้เหลือ จป. เป็นศูนย์

ผู้ตรวจสอบ

หน้าที่ ยืนยันที่หน้างานว่าสิ่งที่เอกสารรับปากไว้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง โดยมักใช้มือเดียว และบ่อยครั้งไม่มีสัญญาณ

ผู้ตรวจสอบไม่อนุมัติอะไร และไม่สร้างใบอนุญาต อำนาจแคบกว่าแต่คมกว่า คือเป็นผู้ตัดสินว่าใครได้เข้าพื้นที่จริง

ต้องทำอะไรบ้าง

  1. สแกน QR ของใบอนุญาต ที่หน้างาน ผลที่ได้คือสถานะ ปัจจุบัน ไม่ใช่ภาพนิ่งตอนพิมพ์ ใบอนุญาตที่ปิดไปเมื่อชั่วโมงก่อนจึงแสดงว่าปิดแล้ว
  2. พิมพ์รหัสเอง เมื่อกล้องใช้ไม่ได้ ระบบบันทึกว่ายืนยันด้วยวิธีใด
  3. จัดการทะเบียนผู้เข้าปฏิบัติงาน สำหรับที่อับอากาศ เช็คอินและเช็คเอาต์รายคนด้วยการสแกนบัตร QR ของผู้ปฏิบัติงาน หรือจากตารางผู้ปฏิบัติงานในรอบการตรวจ ผู้ที่บัตรหมดอายุจะ ถูกปฏิเสธที่หน้างาน และการปฏิเสธถูกบันทึกไว้ ข้ามไม่ได้ ผู้ปฏิบัติงานที่ไม่อยู่หน้างานจะถูกทำเครื่องหมาย ไม่พร้อมปฏิบัติงาน พร้อมหมายเหตุ ที่รายชื่อของเขาบนใบอนุญาต ซึ่งเป็นการบันทึกการไม่อยู่ ไม่ใช่รายการเข้า-ออก และถ้ามาถึงทีหลังก็ยังเช็คอินได้
  4. บันทึกค่าก๊าซ ระหว่างทำงาน สำหรับงานที่อับอากาศ เซิร์ฟเวอร์เป็นเจ้าของนาฬิกา ต้องบันทึกทุกสองชั่วโมง มีเวลาผ่อนผันครึ่งชั่วโมง และเซิร์ฟเวอร์เป็นผู้บอกว่าเลยกำหนดหรือยัง แอปแสดงคำตัดสินนั้น ไม่คำนวณเกณฑ์เองซ้ำ
  5. ทำงานทีละรอบการตรวจ จากเมนูการดำเนินการ การสแกนเริ่มหนึ่งรอบ ตั้งแต่รอบที่ 4 รอบการตรวจเป็นเมนู สี่หรือห้ารายการที่ทำตามลำดับใดก็ได้ ได้แก่ เข้า / ออก ตรวจ PPE ค่าอากาศ (เฉพาะที่อับอากาศ) บันทึก และ แจ้งปิด แต่ละรายการแสดงสถานะว่า ยังไม่ทำ ทำแล้วในการตรวจครั้งนี้ หรือไม่มีรายการค้าง มีเพียง เข้า / ออก ที่ต้องทำก่อนส่ง และถือว่าทำแล้วเมื่อ เปิดดู ตารางผู้ปฏิบัติงาน ไม่ต้องเปลี่ยนอะไร ข้อนี้กลับกฎลำดับตายตัวของรอบที่ 3 และปลอดภัยได้เพราะนาฬิกาค่าอากาศย้ายไปอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์ ซึ่งจะแจ้งเตือนและยกระดับเองไม่ว่ารอบการตรวจจะบันทึกอะไร ไม่มีขั้นตอนเฝ้าระวังไฟในเมนูนี้
  6. บันทึกสิ่งที่เห็น ได้แก่ การตรวจ PPE เทียบกับที่ผู้รับเหมา แจ้งไว้ พร้อมแจ้งรายการที่ไม่ได้แจ้งไว้ว่าขาด (ต้องมีบันทึกประเภท สั่งแก้ไข ฉุกเฉิน หรือเหตุการณ์ กำกับ) ภาพถ่าย และข้อความที่มีชนิดกำกับ (GENERAL, WARNING, CORRECTIVE_ACTION, EMERGENCY, INCIDENT) ส่งครั้งเดียวเมื่อจบรอบ EMERGENCY และ INCIDENT แจ้งเตือน จป. และเจ้าของใบอนุญาต CORRECTIVE_ACTION แจ้งเตือนเจ้าของใบอนุญาตเท่านั้น ส่วน GENERAL และ WARNING ไม่แจ้งใคร ผู้รับเหมาเจ้าของใบอนุญาตอ่านบันทึกรอบการตรวจทั้งหมด ของใบอนุญาตตนเองได้ผ่าน API ผู้ตรวจสอบจึงควรเขียนโดยรู้ข้อนี้ไว้
  7. ขอปิดงาน จากเมนูในรอบการตรวจ (แจ้งปิด) ผู้ตรวจสอบไม่ได้ปิดงานเอง จป. เป็นผู้ปิด
  8. ทำงานต่อได้แม้ไม่มีสัญญาณ ในหน้าผู้ปฏิบัติงานและหน้าวัดอากาศ การกระทำจะเข้าคิวในเครื่องและซิงค์เมื่อสัญญาณกลับมา และตั้งแต่ตั๋วงาน 111 การเช็คอินหรือเช็คเอาต์จากในรอบการตรวจก็เข้าคิวได้เช่นกัน ส่วนการแจ้งไม่พร้อมปฏิบัติงาน การตรวจ PPE และการส่งรายงานตรวจเยี่ยมเข้าคิวไม่ได้ และแอปจะบอกไว้ตรง ๆ
  9. ดูประวัติการสแกนของตนเอง ในเครื่อง อ่านได้อย่างเดียวโดยตั้งใจ

ขั้นตอนตามลำดับ

สิ่งที่ระบบไม่ยอมให้ทำ

  • ข้ามบัตรที่หมดอายุ เป็นกฎที่เข้มที่สุดในระบบ
  • อนุมัติ ปฏิเสธ หรือปิดงานใด ๆ รอบการตรวจเป็นการบันทึกเท่านั้น ไม่เปลี่ยนข้อมูลใดของใบอนุญาต และไม่เลื่อนสถานะใด ๆ การขอปิดงานเพียงทำเครื่องหมายให้ จป. เห็น
  • ตรวจใบอนุญาตที่ปิดแล้วหรือหมดอายุแล้ว ทุกการกระทำหน้างานจะถูกปฏิเสธถ้าสถานะไม่ใช่ ACTIVE หรือ FIRE_MONITOR แต่การอ่าน QR ยังตอบได้ เพื่อบอกว่าใบอนุญาตปิดแล้ว
  • แก้ไขรอบการตรวจที่ส่งไปแล้ว ไม่มีช่องทางแก้ แม้แต่พิมพ์ผิด ผู้ตรวจสอบที่บันทึกผิดต้องเปิดรอบใหม่
  • กระทำการจากหน้าประวัติ การเปิดดูการสแกนที่ผ่านมาอ่านได้อย่างเดียว ประวัติพิสูจน์ว่าเคยอยู่ตรงนั้น ไม่ได้พิสูจน์ว่าอยู่ตรงนั้นตอนนี้ การกระทำต้องสแกนใหม่ รอบที่ 4 ผ่อนข้อนี้ลงสำหรับการกระทำเดียว คือเซิร์ฟเวอร์ยอมให้ผู้ตรวจสอบ เริ่มการตรวจเยี่ยม จากประวัติได้ ภายในช่วงเวลาที่การสแกนล่าสุดของตนให้ไว้ — แล้วแต่ว่าอะไรถึงก่อน ระหว่าง 12 ชั่วโมง กับเวลาสิ้นสุดช่วงทำงานของใบอนุญาต — และปฏิเสธเมื่อเลยช่วงนั้น (SCAN_WINDOW_EXPIRED) แต่แอปยังไม่มีให้ใช้
  • ถูกบอกว่าการกระทำออฟไลน์ "บันทึกแล้ว" ระบบจะบอกว่า รอส่ง เพราะยังไปไม่ถึงเซิร์ฟเวอร์

อ่านทั้งสามบทบาทเทียบกัน

ผู้รับเหมาจป.ผู้ตรวจสอบ
สร้างใบอนุญาต ผู้ปฏิบัติงาน บัตรบัญชีผู้ใช้ แผนผังพื้นที่และหมุดบนแผนผังบันทึกรอบการตรวจ
ตัดสินงานคืออะไรอนุญาตให้ทำหรือไม่ใครได้เข้าพื้นที่จริง
ปิดงานไม่ได้ — ขอปิดงานของใบอนุญาตตนเองได้ใบใดก็ได้ พร้อมเหตุผลไม่ได้ — ขอปิดงานได้
ทำงานออฟไลน์ไม่ไม่ได้ และเป็นข้อกำหนด
ข้ามกฎความปลอดภัยได้ไม่ไม่ไม่

แถวสุดท้ายคือรูปร่างของทั้งระบบ ไม่มีบทบาทใดปล่อยผ่านกฎได้ และนั่นคือเหตุผลที่บันทึกการตรวจสอบมีค่าพอให้เชื่อถือ

อ่านต่อ